ทริปในฝันดำน้ำ ฟรีไดฟ์ กับฉลามวาฬ SUMBAWA 

Life is not measured by the number of breaths we takebut by the moments that take our breath away.” 

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ชีวิต ไม่ได้วัดด้วยจำนวนครั้งที่เราหายใจ หรือ คงหมายถึง ไม่ได้วัดด้วยความยืนยาว แต่ขีวิต วัดด้วย ช่วงเวลาที่ทำให้เราหยุดหายใจ สำหรับนักดำน้ำหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นสาย Snorkel, SCUBA, หรือ Freediving ความฝันสูงสุด คือ อยากพบเจอ สัตว์ขนาดใหญ่ อย่าง ฉลามวาฬ หรือ กระเบนราหู สักครั้ง

สมัยผมยังเป็นวัยรุ่น ผมชอบเที่ยวทะเลมาก และชอบดำผิวน้ำดูสรรพสัตว์ ปลาสวยงามต่างๆ ปะการัง ทะเลไหนใครว่าสวย เกาะไหนได้ยินว่างาม ผมน่าจะไปเยือนแทบจะทุกเกาะแล้วในเมืองไทย เกาะเสม็ด เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหวาย เกาะรัง เกาะยักษ์ เกาะเต่า เกาะนางยวน หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน อาดัง-ราวี ฯลฯ พอได้ยินว่า ฉลามวาฬ เคยเข้ามาที่บริเวณอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์ ทุกครั้งทีผมไปเกาะสุรินทร์ ผมก็จะเฝ้าคอย มองหา ตลอด แต่โอกาสที่จะดำผิวน้ำ แล้วเจอ ฉลามวาฬ น่าจะน้อยใกล้เคียง ปาฏิหารย์ ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้เรียนฟรีไดฟ์ และได้ยินว่า แถวเกาะร้านเป็ด ร้านไก่ และ เกาะง่าม ชุมพร ฉลามวาฬ เข้ามาบ่อย ผมก็ลองไปตามหา เค้า อีกครั้ง แต่ก็ได้แต่พบกับความผิดหวัง 

อย่างที่ว่ากัน เมื่อแต้มบุญคงมีไม่พอ ผมเลยเริ่มวางแผน ไปหาเค้า ที่ต่างประเทศ ที่มีโอกาส เจอง่ายกว่ามาก แผนแรก คือ มัลดีฟ แต่หลังจากหาข้อมูลแล้ว ค่า day trip ไปดูฉลามวาฬ ตก คนละ 3000-5000 บาท และมีโอกาสเจอแค่ 50% ตอนแรกวางแผนจะพาครอบครัวไปด้วย แต่ถ้าไปกันหมด 5 คน แค่ค่าไปดูฉลามวาฬ ก็ตก 15000-25000 เข้าไปแล้ว และ ถ้าไม่เจอล่ะ มีหวังร้องไห้แน่ๆ

เป้าหมายถัดมา Oslob, Cebu ประเทศฟิลิปปินส์ ที่นี่ โอกาสเจอน่าจะ 100% แต่ส่วนตัว ผมไม่ค่อยชอบวิธีการที่ ให้อาหารฉลามวาฬ และให้เค้าอยู่แต่บริเวณนั้น ก็คล้ายๆเลี้ยงไว้ การให้อาหารสัตว์ป่า ย่อมทำให้สัตว์เปลี่ยนพฤติกรรม และอาจส่งผลร้ายอย่างที่เราคาดไม่ได้ ที่นั่นก็ไม่ดี ที่โน่นก็ไม่ได้ เริ่มท้อแล้ว จนผมได้ยินเรื่องราวของ Sumbawa ประเทศอินโดนีเซีย จาก บักสน ถ้าใครเคยอ่าน บทความ เกาะลันตา จะพอรู้ว่า บักสนคือใคร บักสนทำให้ผมรู้จัก และได้ลองไปเยือน เกาะลันตามาแล้ว 

Sumbawa ทำให้ผมตาลุกวาว เพราะที่นี่ โอกาสเจอฉลามวาฬ แทบจะเรียกได้ว่า 100% ชาวเลท้องถิ่น ในอ่าวซาเล่ห์ จับปลาโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า บากัน ว่าจะไปน่าจะคล้ายๆ การยกยอ บ้านเรา โดยชาวเล จะเปิดไฟ ล่อปลาเล็กปลาน้อยเข้ามา เมื่อมีปลาเล็ก ปลาน้อย และบรรดาแพลงตอนเข้ามา ฉลามวาฬ เลยตามเข้ามากินอาหาร วันไหน ฉลามวาฬ เข้าบากันของชาวเลคนไหน เขาก็จะวิทยุบอกกัน ชาวเลจะคอยเทเคย เพื่อให้ฉลามวาฬอยู่นานๆ อ้าว แล้วแบบนี้ ไม่เป็นการให้อาหารเหมือนที่ เซบู เหรอ จริงๆ ก็คล้ายๆกัน ครับ แต่อย่างน้อย พวกเขาไม่ได้ให้อาหาร จุดใดจุดนึง บากันย้ายที่ไปเรื่อยๆ ฉลามวาฬก็เช่นกัน คิดว่ายังไงผลกระทบก็ยังน้อยกว่าที่ เซบู

พอตัดสินใจได้แล้วว่าจะไป Sumbawa กับ บักสนนี่แหล่ะ ก็เริ่มหาข้อมูล การเดินทางไป Sumbawa ลำบากพอสมควร เราต้องขึ้นเครื่องจากไทย ไปลงบาหลีก่อน และต้องรออีกวัน เพื่อนั่งเครื่องจากบาหลี ไป Sumbawa เพราะเครื่องไป Sumbawa มีรอบเดียว ช่วงเช้า เราไม่สามารถต่อเครื่องทัน พอถึง  Sumbawa ก็ต้องนั่งรถไปอีก ราว 2 ชั่วโมง เพื่อไปบริเวณ หมู่บ้านชาวเล Labuan Jambu แค่อ่านก็เหนื่อยแล้ว แต่ยังไงก็อยากไปเห็นฉลามวาฬสักครั้งในชีวิต

ตัดมาช่วงเดินทาง ปรากฎว่า เพราะสงคราม ตั๋ว Airasia ที่จองไว้ บินจากดอนเมือง ไปลง บาหลี ยกเลิก เฉย มีให้เลือกว่า จะรับเงินคืน หรือ Fly through ไปเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ แล้วผู้โดยสารอย่างเรามีทางเลือกอะไรล่ะ ถ้ายกเลิก ต้องไปจองการบินไทยแทน เพิ่มเงินอีก 8000 ไม่มีทางเลือก ต้องยอมบินไปลง กัวลา รออีก 5 ชั่วโมง ต่อเครื่องไป บาหลี แค่เริ่มทริป ก็บันเทิงแล้ว

กว่าจะถึงบาหลี รอกระเป๋าออก จากสนามบิน ก็ปาเข้าไป เกือบสองทุ่ม หาอะไรทานที่โรงแรมใกล้สนามบิน และก็เข้านอน ไม่เหลือเรี่ยวแรงทำอะไรแล้ว วันรุ่งขึ้น กลับมาสนามบิน ต่อเครื่องไป Sumbawa คุณสน และครูวาว มาเจอกันที่สนามบิน พร้อมลูกทัวร์คนอื่นๆ พอถึง Sumbawa เราก็หามื้อกลางวัน ทานกัน อาหาร ค่าครองชีพ ที่อินโดนีเซีย ค่อนข้างถูก อย่าง น่องไก่ทอด ชิ้นนึงแค่ 14 บาท อาหารทะเล ทานกัน 4 คน แค่ 800 บาท อยู่ที่นี รู้สึกรวยมากเลย ผมแลกเงินมาตั้ง 4 ล้าน IDR (เท่ากับเงินไทยแค่ 8000) กินข้าวบางมื้อ หมดเป็นแสน เรานั่งรถกันต่ออีก ประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงที่พัก ที่พักติดทะเล วิวสวยเลย แต่แดดร้อน แรงมาก นอนพักในห้อง พอตกเย็น ก็ออกไปหาอะไรทานใกล้ๆ โรงแรมกัน

อาทิตย์ตก Labuan Jambu

หลังมื้อเย็น พวกเรารีบเข้านอนกัน เพราะพรุ่งนี้ต้องออกเรือแต่เช้า นัดกันออกเรือ ตีห้า นั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งๆนอน ชมวิวพระอาทิตย์กำลังขึ้นจากขอบฟ้า สายลมสัมผัสใบหน้า สุดแสนสบายกาย สบายใจ พวกเรามาถึง บากัน แรก เห็นว่า มีฉลามวาฬ เข้าบากัน นี้แล้ว 2 ตัว ทุกคนรีบแต่งตัว เตรียมอุปกรณ์ กระโดดลงน้ำกัน วินาทีแรก ที่ในที่สุด ก็ได้เห็นเค้า อย่างเต็มตา ฉลามวาฬ ช่างดูงามสง่า ตัวใหญ่ มหึมา ตัวที่ใหญ่ที่สุดน่าจะยาวกว่า 9 เมตร และมีตัวลูกขนาดแค่ประมาณ 2-3 เมตร ด้วย เค้าว่ายน้ำอย่างช้าๆ ทรงพลัง แม้มีร่างกายใหญ่โต แต่อ่อนโยน คอยว่ายหลบมนุษย์ตัวจ้อย อย่างเรา วินาที ที่ลืมหายใจ เป็นอย่างนี้นี่เอง คล้าย ความรู้สึกครั้งไป trekking ที่ ABC วิวอันแสนงดงามของภูเขาหิมะ สูงเสียดฟ้า ขนาดมหึมา ล้อมรอบตัว Annapurna I, Machapuchare, Annapurna Sout, Hiunchuli, Gangapurna, Annapurna III ทำให้หยุดหายใจไปชั่วขณะ พวกเราดำน้ำ เล่นกับฉลามวาฬ อยู่หลายชั่วโมง น่าจะร่วมๆ 3-4 ชั่วโมง ถ่ายรูป เก็บความทรงจำจนหนำใจ มีอยู่ช่วงนึง ฉลามวาฬเข้ามาพร้อมกัน 3 ตัวเลย คุณสนคอยถ่ายรูป ครูวาวคอยถ่ายวีดีโอ ทั้งคู่ดูแล ลูกทัวร์ อย่างดี ไม่ผิดหวังเลยที่เลือกมากับพวกเขา 

ฉลามวาฬ ขนาดยักษ์ ยาวกว่า  8-9 เมตร

พอพวกเรา ดำน้ำเล่น กับฉลามวาฬ จนพอใจแล้ว ชาวเลเลิกตักเคยสาดลงน้ำ สักพัก พวกเค้า ก้อดำลงที่ลึกและว่ายไปสุดสายตา ขากลับเข้าฝั่ง เราแวะดำน้ำกันอีก 1 จุด ส่วนตัวเฉยๆ กับจุดนี้ ความสวยใกล้เคียงกับเกาะสุรินทร์บ้านเรา ถึงฝั่ง ทานข้าว เข้านอนแต่หัวค่ำ เช้าวันถัดมา เราออกกันตั้งแต่ ตีห้า เหมือนเดิม มาดำน้ำกับฉลามวาฬอีกรอบ จริงๆที่ดำเมื่อวาน ผมก็เต็มอิ่มแล้ว แต่ที่คุณสน และครูวาว จัดโปรแกรมแบบนี้ เพื่อกันเหนียว เผื่อวันแรกโชคร้ายไม่เจอฉลามวาฬ จะได้มีโอกาสแก้ตัว รอบนี้ ทุกคนไม่รีบลงน้ำเหมือนเมื่อวาน ทุกคนคิดว่า ลงสายหน่อย แดดเริ่มออก ถ่ายรูปสวยกว่า น้ำใสกว่า แต่คุณสนก็ทักว่า ฉลามวาฬจะอยู่นานแค่ไหน ไม่มีใครบอกได้นะ เอ่อ จริงด้วย รอบนี้ผมเปลี่ยนชุดจาก wetsuit เป็น rash guard น้ำไม่เย็นอย่างที่คิด เมื่อวานดำเหนื่อยมาก ตัวลอยมาก แม้จะถ่วงด้วย neck weight 1 กิโลแล้ว วันนี้อยากดำแบบสบายๆ กล้องก้อไม่พกไป ยังไง คุณสน กับครูวาว ก็ถ่ายรูปสวยกว่าเยอะ ไม่รู้จะถ่ายไปทำไม วันนี้ได้ดำ ได้ดูน้องแบบตั้งใจ เพราะไม่ต้องมาพะวงเรื่องกล้อง เรื่องถ่ายรูปแล้ว อยากเก็บความทรงจำให้มากที่สุด เวลาที่ดำลงไป ว่ายเคียงข้างเค้า รู้สึกสงบอย่างประหลาด ทุกอย่างช่างเงียบงัน จนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ราวกันมีเพียงแค่เราสองชีวิต ลวดลายจุดบนตัวเขาดูแจ่มชัดในความทรงจำ สวยงาม ราวกับดวงดาว หลังจาก ดำกันจนอิ่มอีกกว่า 3 ชั่วโมง พวกเราก็กลับฝั่ง นั่งรถกลับเข้าตัวเมือง จริงๆแล้ว ทริปนี้หลักๆ เลย คือ อยากเห็นฉลามวาฬ พอภารกิจสำเร็จ ก็เริ่มคิดถึงบ้าน คิดถึง ภรรยา และลูกๆ เราแทบไม่เคยห่างกันเลย เที่ยวไหนเที่ยวกัน ตลอด

 

เช้าวันต่อมา ผมตื่นขึ้นมาโดยมีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว (สำหรับการดำน้ำนะ) นึกถึงคำพูดของ ตัวละคร William Parrish แสดงโดย Anthony Hopkins เค้าพูดไว้ในหนังเรื่อง Meet Joe Black ในงานวันเกิดของเขาว่า 

“that you would have a life as lucky as mine, where you can wake up one morning and say, ‘I don’t want anything more.’ Sixty-five years. Don’t they go by in a blink?”

อยากให้ทุกคน โชคดีเหมือน คุณ Parrish นะ วันนี้ เรามีโปรแกรม ไปเที่ยวน้ำตก และ ก็ไปดำน้ำ ต่อ เส้นทางนั่งรถไปน้ำตก ทรมานพอสมควร เพราะที่นั่งแคบมาก ขาชิดด้านหน้า กระดิกแทบไม่ได้ แต่พอถึงน้ำตก Mata Jitu ไม่เสียดายเลยที่มา น้ำตกสวยมาก น้ำเป็นสีฟ้า ใสแจ๋ว พื้นเป็นสีขาว น้ำตกเป็นน้ำตก หินปูน น้ำตกลักษณะนี้จะไม่ลื่น เดินเล่นได้สบาย

น้ำตก Mata Jitu

เสร็จจากน้ำตก ช่วงบ่าย เราไปดำน้ำกัน สำหรับจุดดำน้ำวันนี้ น้ำใสมาก ปะการังค่อนข้างสมบูรณ์ ปลาขนาดเล็ก พวกตระกูลสลิดหิน เยอะแยะมากมาย แต่ผมตั้งตารอวันรุ่งขึ้น จุดดำน้ำที่ว่าสวยน้องๆ ราชาอัมพัต วันสุดท้ายของเที่ยวดำน้ำก่อนเดินทางกลับ เราดำน้ำกันหลายจุดใกล้ประภาคาร บริเวณเกาะ Gili Balu ส่วนตัวประทับใจกับบริเวณนี้มาก น้ำใสราวกับกระจก ใสแบบน่าจะมองถึงความลึก 20 เมตรได้เลย ปะการังก็ขี้นหนาแน่นมากทั้งปะการังแข็งหลากสี ปะการังอ่อน กัลปังหา ดอกไม้ทะเล อัดแน่นอยู่บริเวณเดียวกัน ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะสวยกว่านี้ได้ยังไง ปลาสลิดหิน ปลาโคมิท มหาศาล ว่ายเรียงแถวกันอย่างเรียบร้อย ปลาการ์ตูนมากมาย ตัวใหญ่ ตัวเล็กหลากหลายสายพันธ์ ทั้งการ์ตูนลายปล้อง การ์ตูนส้มขาว และพันธ์อื่นๆที่ไม่รู้จัก บางบริเวณ มีการ์ตูนอยู่รวมกัน หลายร้อยตัวเลย เต่าทะเลขนาดใหญ่ ไม่แน่ใจว่าพันธ์ไหน ดูใหญ่กว่าจะเป็นเต่ากระ ใต้ทะเลช่างงดงาม เกินกว่าจะพรรรณาเป็นคำพูดจริงๆ

ปะการัง อุดมสมบูรณ์ อินโดนนีเซีย ซุมบาว เต่าทะเล ขนาดใหญ๋

วันถัดมา เดินทางกลับ ขากลับดีหน่อย นั่งเครื่องแค่ สองต่อ จาก Sumbawa มาบาหลี ด้วย wing air และจากบาหลี กลับไทย ด้วย การบินไทย เป็นทริปที่ประทับใจ และรู้สึกอิ่มเอมมาก จะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไปนะ ฉลามวาฬ Sumbawa